Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

หอยกำลังหมดปากอ่าว

  • PDF
กว่า 10 ปีมาแล้วได้ไปเที่ยวบ้านแม่ยายเพื่อนที่บางขันแตก เมืองแม่กลอง ขากลับเขาพาไปทานข้าวที่ร้านชื่อ ครัวเทพอะไรซักอย่างจำไม่ได้แล้ว  ที่ยังจำได้แม่น ก็คือวันนั้นได้ทาน "หอยพิมผัดฉ่า" เป็นครั้งแรกในชีวิต ก่อนหน้านี้เคยทานแต่หอยพิมพ์แห้งผัดหวาน พอได้มาทานหอยสดผัดฉ่าก็รู้สึกว่าหอยพิมทานอร่อยถูกใจกว่าหอยหลอดหรือหอยเสียบ

ช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้ไปมหาชัย ไปดูน้ำเน่าแถวปากคลองโกรกกราก เห็นเขาตากหอยพิมแดดเดียวบนสะพานข้ามคลองยังไม่แห้งสนิทดีก็เลยคิดแผลง ว่าน่าจะเอากลับไปบ้านไปดัดแปลงผัดฉ่าทานตอนเย็น เพราะไม่แน่ใจว่าจะได้หอยสดหรือเปล่า เนื่องจากตอนนั้นเลยเที่ยงแล้วคงหาของสดได้ไม่ง่าย แถมไปกันเป็นขบวนจะแวะตามไม่สะดวกแน่

พอแถเข้าไปถามได้ความว่าเขาขายกันกิโลละ 800 บาท ก็ให้มีอะไรสะท้านหู เพราะเท่าที่รู้มาก่อน หอยสดเขาขายกันกิโลละ 50-60 บาท หอยแห้งที่เคยซื้อก็แค่กิโลละ 100 กว่าบาท

เลยถามย้ำอีกที เขาก็ยันกลับมาว่า 800 บาทค่ะ แต่พอจะลดรากันได้บ้างนิดหน่อย คำนวณ คำว่านิดหน่อยในใจเร็วกว่าคอมพิวเตอร์แล้วก็สรุปทันทีภายในวินาทีที่แม่ค้าพูดจบว่า “ไม่” เล่นเอาแม่ค้าจ้องหน้า พร้อมกับอรรถาธิบายว่าที่ขาย 800 บาทนี่ถูกมากแล้ว หากตากแห้งกว่านี้ต้องมีกิโลละ 900 บาทขึ้น แถมยังหาของซื้อไม่ได้ง่ายๆ ด้วยซ้ำ

กำลังหันรีหันขวางก็ให้บังเอิญมีหนุ่มใหญ่วัยแกร่งเกิน 30 ปีตัวดำไม่ถึงกับเหนี่ยงมาเมียงมอง พร้อมกับช่วยอธิบายให้ฟังว่า หอยพิมตอนนี้หาได้ไม่เหมือนก่อน ก็เลยถามไถ่เขาไปว่าทำไม

เขาบอกว่า ตอนนี้หมดพิษปากอ่าวแม่น้ำท่าจีนมันเยอะ ทั้งน้ำเน่า ทั้งเศษถ่านหิน ลูกหอยที่ล่องลอยมาตามน้ำหากินไม่ใคร่จะได้ ตายไปเสียเกือบหมด ที่เหลือรอดมีน้อย แถมยังตัวเล็กกว่าแต่ก่อนอีก

ไถ่ถามชื่อเสียงเรียงนามหนุ่มใหญ่ ได้ความว่า ชื่อ "วิทยา"  นามสกุล "พวงร้อย" งมหอยขายมาตั้งแต่เด็ก สมัยก่อนย้อนไปแค่เมื่อไม่ถึง 10 ปี งมหอยแต่ละทีได้ร้อยกว่ากิโล กว่าจะแกะเนื้อมาขายได้กิโลละ 20-30 ก็เมื่อย

แต่มาตอนนี้ออกไปดำน้ำงมหอยกันจน หูอื้อ มือดำ ได้มาแค่วันละ 5-6 กิโลกรัมเท่านั้นสะดุดหูกับ คำว่า “มือดำ”เพราะเคยได้ยินมาก่อนว่า ก้นอ่าวแถวปากน้ำท่าจีนมีเรือขนถ่านหินไปล้างกันแยะ จะเกี่ยวกับเศษถ่านหินที่ร่วงลงไปนอนก้นที่พื้นทะเลหรือเปล่า

เขาบอกว่านั่นแหละ เรื่องเดียวกัน แต่ก่อนตอนที่เขางมหอยกัน เลนในทะเลแถวก้นอ่าวมีหอยเต็มไปหมด แต่ตอนนี้มไปเท่าไหร่ก็เจะแต่เศษถ่านหิน หอยพิมสดๆ ที่เคยขายกิโลละ 20 กว่าบาท ตอนนี้ก็เลยต้องขายกันกิโลละ 100 กว่าบาท ถึงจะคุ้มกับค่าน้ำมันที่ต้องออกเรือกัน

เมื่อเห็นว่าสนใจเรื่องหอยพิม วิทยาก็เลยช่วยสอนว่า หอยพิมนั้นมันจะปล่อยไข่ให้ล่องลอยมาตามน้ำ เมื่อถึงแถวก้นอ่าวก็จะโตพอให้งมมากินกันได้ สมัยก่อนเดือน 4 เดือน 5 (มีนาคม-เมษายน) ก็พอจะมีหอยให้งมแล้ว แต่จะให้เหมาะเพราะลมยังแรงหอยก็ตัวเล็ก ต้องเดือนกันยายนเป็นต้นไป เพราะลมไม่แรง งมกันจนถึงสิ้นกุมภาพันธ์ ลมแรงเข้าก้นอ่าวก็พัก

“แต่ตอนนี้ขยันแค่ไหน แถมไม่กลัวลมก็หาหอยงมไม่ได้ ทั้งหอยพิม หอยเสียบ หายาก หอยหลอดก็จะไปไม่รอด หอยแครงก็ไม่มีให้เห็น หอยแมลงภู่ที่เคยเลี้ยงกันมากแถวปากน้ำ ตอนนี้หนีไปเลี้ยงกันที่อื่นหมดแล้ว จะไปงมแถวชะอำก็ไม่ได้ เพราะเขาบอกว่าเป็นเขตอนุรักษ์” วิทยาพูดเหมือนกับจะท้อ

อีกนานแค่ไหนกันที่หอยก้นอ่าวไทยแถวปากน้ำท่าจีนจะหมด ตอนนี้ผ่านไปแค่ 5-6 ปี ก็แทบจะไม่เหลือแล้ว คิดว่าน่าจะอีกซัก 2-3 ปีก็จะไม่ได้เห็นหอยพิมจากก้นอ่าวด้านมหาชัยแล้วล่ะ

อยากรู้จังว่าคนงมหอยกับคนขายหอยเขาจะหันไปทำอะไรกิน? 

(ผู้เขียน : แสนไชย เค้าภูไทย)