Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

ถอนสมอความเสี่ยง ก่อนโลกเปลี่ยนเป็น “นรกบนดิน”

  • PDF
ความแห้งแล้ง กับไฟ เจอกันเมื่อไร “อัคคีภัย” ย่อมบังเกิด นับเดินหน้าไปอีกไม่กี่วัน คือวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งเดียวกันของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันปลอดควันพิษจากไฟป่า"  

แม้จะเป็นชื่อวันที่ฟังซื่อๆ ฟังดูประหลาด แต่เป็นอีกหนึ่งความพยายามจากภาครัฐที่จะกระตุ้นเตือนให้สังคมหันมาระแวดระวัง ภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมของไทย

วันปลอดควันพิษจากไฟป่า เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัย “นายกฯชวน" เมื่อปี พ.ศ.2553 โดยมุ่งหวังผลิตผลในการลดควันพิษจากไฟป่า ผ่านการสร้างความรู้และความเข้าใจ ให้ประชาชน รวมถึงเกษตรกรทราบถึงอันตรายและผลกระทบ และรณรงค์ให้งดการจุดไฟเผาป่า เพื่อป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้ปลอดจากภัยไฟป่า

ขณะที่ภาคปฎิบัติ ได้มอบหมายให้ “ส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า” ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดของ กรมป่าไม้ เป็นทัพหน้าลงพื้นที่ให้ความรู้ ไปควบคู่กับการปลูกป่า และทำแนวป้องกันไฟในจุดเสี่ยง

ทั้งนี้ จากสถิติในปี 2553 ที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์ไฟป่ามีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยหากเปรียบเทียบระหว่างปี 2553 กับ 2552 แค่ปีเดียวเท่านั้น...!!  มีพื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาผลาญเพิ่มมากขึ้นถึง 22,091 ไร่...!! และมีภาคเหนือครองอันดับการเกิดไฟป่าบ่อยครั้งที่สุดคือ 4,198 ครั้ง กินเนื้อที่ป่ามากถึง 32,359 ไร่ จากทั้งหมด 83,176 ไร่ ของพื้นที่ป่าที่ถูกไฟไหม้เสียหาย

อีกข้อมูลที่น่าตกใจคือ ต้นเหตุของไฟป่าในปี 2553 ส่วนใหญ่เป็นผลจากปรากฎการณ์ที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น แตกต่างจากปี 2552 ที่เป็นผลงานปั้นไฟจากมนุษย์เสียเป็นส่วนใหญ่ และในปี 2554 นี้ คาดว่า สถานการณ์ไฟป่าจะรุนแรงเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลจากความผันผวนของภูมิอากาศโลก

อย่างไร หากประเมินผลการป้องกันภัยไฟป่าแบบยั่งยืน อาจกล่าวได้ว่า ความร่วมมือจากชุมชน ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะเป็นแนวป้องกันภัยได้ดีกว่ามาตรการใดๆ

ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือ เราต้องหันกลับมาสำรวจตัวเองว่าเป็นผู้เร่งสร้างปัจจัยเสี่ยงให้เกิดปัญหาไฟป่าหรือไม่ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ ก่อนที่โลกใบใหญ่จะร้อนจนกลายเป็น...นรกบนดิน !!


(ผู้เขียน : อุษา หิรัญศิริ)