Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

มุมมองจิตอาสา (เมษายน 2554)

  • PDF

"สำคัญคือการอยู่ร่วมกัน"

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา จุดหมายปลายทางของการลงทุนใน “ภาคธุรกิจ”  คือ “มุ่งแสวงผลกำไร” ความท้าทายที่สุดของผู้ประกอบการ ถูกเบนเข็มไปที่การเร่งพัฒนา เพื่อนำองค์กรไปสู่ความเติบโตแบบก้าวกระโดด และบรรลุผลด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจอันมหาศาล

โดยมิได้หันกลับไปมองว่า ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ได้ทำลายสิ่งแวดล้อม และวิถีธรรมชาติแห่งชุมชนรอบข้างไปมากน้อยเพียงไร

กระทั่งธรรมชาติได้ส่งสัญญาณเตือนภัยกลับมายังมนุษย์ในหลายครั้งคราว และนี่คือจุดเริ่มต้นอีกครั้งให้ภาคอุตสาหกรรมและสังคม หันกลับมาให้ความสำคัญกับความเติบโตใน
“วิถีแบบยั่งยืน”

จุดเริ่มต้นของ “มูลนิธิจิตอาสา” ได้ดำเนินมาในแนวทางลักษณะเดียวกัน โดยมุ่งประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิธีร่วมกันใช้ทรัพทยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและสันติ

โดยนับตั้งแต่มูลนิธิได้เริ่มต้นภารกิจตั้งแต่ปลายปี 2553 ที่ผ่านมา นอกจากเป็นแนวร่วมสำคัญในการจัดสัมมนาเรื่อง “อุตสาหกรรมร่วมใจ ชุมชนไทยน่าอยู่....?” ร่วมกับคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว

หลายครั้งที่ทีมงานของมูลนิธิได้ร่วมเดินทางลงพื้นที่ไปพร้อมกับ “ส.ว.ภารดี จงสุขธนามณี” ประธานคณะอนุกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เพื่อศึกษาและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาจากภาคอุตสาหกรรม พบว่า หลายจังหวัดที่เป็นเขตอุตสาหกรรมหลัก ยังขาดสมดุลในการจัดการระหว่าง “ผู้ประกอบการ” และ “ชุมชน” ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของระบบบำบัดน้ำเสียของโรงฟอกหนัง จ.สมุทรปราการ ปัญหาระบบสุขอนามัยของแรงงานประมงชาวพม่า จ.สมุทรสาคร หรือปัญหาหนักที่สุดก็คือ เขตอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมหวั่นวิตกว่าโรงงานอุตสาหกรรมคือ “มหันตภัยร้ายของชุมชน”

ทั้งนี้ ภารกิจการลงพื้นที่เพื่อศึกษาปัญหา และหาแนวทางประสานภาคอุตสาหกรรมและชุมชนไปสู่ความยั่งยืนนั้น ผู้อ่านวารสารจิตอาสา สามารถติดตามดูได้ใน “รายการเพื่อโลก เพื่อเรา” ซึ่งได้ทยอยออกอากาศไปตลอดเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางสถานี TNN24 โดยท่านผู้อ่านที่พลาดชม สามารถตามเข้าไปดูรายการย้อนหลังได้ที่เว็บไซด์ของมูลนิธิจิตอาสา
http://www.jitasa.or.th และที่เฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/jitasafoundation ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกช่องทางการสื่อสารที่สะดวกโยธินในยุคสมัยใหม่

แม้ว่าจะต้องใช้สรรพกำลัง และเวลาอีกนานเพียงใด แต่บนความเชื่อมั่นที่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท้ายที่สุด ฟันเฟืองเล็กๆ ที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งจิตอาสา จะสามารถประสานให้สังคมไทยกลับมายืนหยัดอยู่ท่ามกลางสมดุลแห่งเศรษฐกิจและธรรมชาติได้อีกครั้ง

ปริทัศน์ เกียรติบำเพ็ญ
เลขาธิการ มูลนิธิจิตอาสา